เหล็ก IF vs เหล็ก EF — สิ่งที่ผู้รับเหมาและวิศวกรต้องรู้ก่อนสั่งเหล็กล็อตต่อไป
- Sale Support Team

- 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที

เผยแพร่: 8 สิงหาคม 2569 | อัปเดตล่าสุด: 8 สิงหาคม 2569 | เรียบเรียงโดย: ทีมวิชาการผลิตภัณฑ์ APLUS WATSADU (Aprime Plus Co., Ltd.)
สรุปสั้นใน 60 วินาที
เหล็ก IF vs EF ต่างกันที่ "เตาหลอม" ไม่ใช่หน้าตาของเหล็ก เตา EF (Electric Arc Furnace) มีขั้นตอนปรับคุณภาพน้ำเหล็ก (Refining) ที่กำจัดสารมลทินอย่างฟอสฟอรัส กำมะถัน และโบรอนได้ ส่วนเตา IF (Induction Furnace) เป็นการหลอมเศษเหล็กโดยตรง ไม่มีขั้นตอนดังกล่าว คุณภาพจึงขึ้นกับเกรดของเศษเหล็กที่ป้อนเข้าไปเป็นหลัก
ประเด็นสำคัญไม่ใช่ "เหล็ก IF ผ่าน มอก. ได้ไหม" แต่คือ "ผ่านได้สม่ำเสมอทุก Heat หรือไม่"
เมื่อ 23 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) มีมติเห็นชอบร่าง มอก. 24 ฉบับใหม่ กำหนดให้เหล็กแท่ง (Billet) สำหรับผลิตเหล็กข้ออ้อยต้องมาจากเตา BOF หรือ EAF เท่านั้น — เท่ากับปิดทางเหล็กข้ออ้อยจากเตา IF ในงานเสาและคาน โดย ณ วันที่เขียนบทความนี้ ร่างดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนก่อนประกาศบังคับใช้
เหล็ก IF และเหล็ก EF คืออะไร
ถ้าวางเหล็กข้ออ้อยสองเส้นไว้ข้างกัน เส้นหนึ่งจากเตา IF อีกเส้นจากเตา EF สายตาคนทั่วไปแยกไม่ออก ขนาดเท่ากัน บั้งเหมือนกัน และในหลายกรณีทั้งสองเส้นก็มีเครื่องหมาย มอก. เหมือนกัน ความต่างทั้งหมดอยู่ที่ต้นทางของน้ำเหล็ก
ในโลกนี้มีวิธีผลิตเหล็กก่อสร้างหลัก 3 แบบ:
เตา BF/BOF (Blast Furnace / Basic Oxygen Furnace)
ถลุงจากสินแร่เหล็กเป็นหลัก มีขั้นตอน Refining ครบ ใช้เงินลงทุนสูงที่สุด เป็นเส้นทางการผลิตของโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ระดับโลก
เตา EF / EAF (Electric Arc Furnace)
ใช้อาร์กไฟฟ้าจากแท่งอิเล็กโทรดหลอมเศษเหล็ก จุดสำคัญคือมีระบบ Oxidation และการสร้าง Slag ที่ดูดซับสารมลทินออกจากน้ำเหล็ก ทำให้ปรับองค์ประกอบทางเคมีให้ตรงสเปกได้ก่อนหล่อเป็น Billet ผลคือคุมคุณภาพได้แม่นยำและสม่ำเสมอในทุกรอบการหลอม (Heat) และสามารถผลิตเหล็กกำลังสูงหรือเหล็กเกรดต้านแรงสั่นสะเทือน (Seismic) ได้
เตา IF (Induction Furnace)
ใช้สนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำไฟฟ้าทำให้เศษเหล็กหลอมละลาย จุดเด่นคือลงทุนต่ำ ระบบไม่ซับซ้อน หลอมเร็ว แต่ไม่มีขั้นตอน Refining ภายในเตา จึงกำจัดฟอสฟอรัส (P) กำมะถัน (S) หรือโบรอน (B) ที่ติดมากับเศษเหล็กออกได้ยาก คุณภาพของเหล็กที่ออกมาจึงสะท้อนคุณภาพของเศษเหล็กที่ใส่เข้าไปเกือบทั้งหมด
ตารางเปรียบเทียบ IF vs EF
หัวข้อ | เตา IF | เตา EF / EAF |
วิธีหลอม | สนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำไฟฟ้า | อาร์กไฟฟ้าจากแท่งอิเล็กโทรด |
ขั้นตอน Refining | ไม่มีภายในเตา | มี (Oxidation + Slag) |
การกำจัด P / S / B | ทำได้จำกัด | กำจัด/ลดได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
ความสม่ำเสมอต่อ Heat | แปรผันตามคุณภาพเศษเหล็ก | สม่ำเสมอ ควบคุมได้ |
ผลิตเหล็กเกรดสูง/Seismic | มีข้อจำกัด | ทำได้ |
เงินลงทุน | ต่ำ | สูงกว่า |
การยอมรับในสากล | หลายประเทศจำกัด/ห้ามใช้ในงานโครงสร้าง | ยอมรับกว้างขวาง |
หัวใจของเรื่องนี้คือ "Refining" ไม่ใช่ "ผ่าน มอก. หรือไม่"
จุดที่วิศวกรควรจับให้แม่นคือ มาตรฐานวัดที่ผลลัพธ์ของตัวอย่าง แต่ความปลอดภัยของโครงสร้างขึ้นกับความสามารถของกระบวนการในการทำซ้ำ
พูดตรงๆ คือ ไม่ใช่ว่าเหล็กจากเตา IF ทุกเส้นไม่ได้มาตรฐาน แต่ระบบการผลิตแบบนี้ไม่มีกลไกรับประกันว่าเส้นไหนจะได้ เส้นไหนจะไม่ได้ คณะทำงานของสภาเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน (AISC) เคยตรวจพบว่าเหล็กจากเตา IF จำนวนหนึ่งไม่ผ่านเกณฑ์องค์ประกอบทางเคมีและมีปริมาณ Inclusion — สิ่งเจือปนขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในเนื้อเหล็ก — สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
Inclusion คือจุดที่รอยร้าวชอบเริ่มต้น ผลคือความเหนียว (ductility) ลดลง ความเปราะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไม่แสดงตัวในงานใช้งานปกติ แต่จะเผยตัวในวันที่โครงสร้างถูกทดสอบด้วยแรงที่ไม่คาดคิด — เช่น แรงแผ่นดินไหว หรือแรงกระแทกแบบสลับทิศทาง
อีกประเด็นที่วิศวกรงานเชื่อมควรทราบ: โบรอน (B) ที่ปนเปื้อนมากับเศษเหล็กและกำจัดออกได้ยากในเตา IF ส่งผลต่อ hardenability และพฤติกรรมของเหล็กในบริเวณกระทบร้อนจากการเชื่อม (HAZ) ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่ากำลังคราก (Yield) เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกคุณ
ไทม์ไลน์: จากปี 2559 ถึงร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ ปี 2569
ปี | เหตุการณ์ |
2559 | ไทยออกมาตรฐานรับรองเหล็กข้ออ้อยที่ผลิตจากเตา IF |
2560 | จีนซึ่งเป็นประเทศต้นทางของเทคโนโลยี IF สั่งห้ามใช้เตา IF ผลิตเหล็กก่อสร้าง หลังบทเรียนแผ่นดินไหวเสฉวน ปิดกำลังการผลิตราว 140 ล้านตัน |
2561 | AISC เตือนรัฐบาลอาเซียนให้สกัดกั้นการนำเข้าเครื่องจักรเตา IF |
2561–2568 | อินเดีย มาเลเซีย เวียดนาม ทยอยจำกัดการใช้เหล็กจากเตา IF |
28 มี.ค. 2568 | อาคาร สตง. ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว — การตรวจสอบพบเหล็กจากเตา IF เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง |
2568–2569 | หน่วยงานรัฐหลายแห่ง เช่น กรมทางหลวง กรมท่าอากาศยาน และ กทม. ทยอยยกเลิกการใช้เหล็กข้ออ้อยจากเตา IF ในงานก่อสร้างของตน |
5 มิ.ย. 2569 | กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้ผู้ผลิตรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกรณี สตง. กลับมาเปิดดำเนินกิจการ |
23 มิ.ย. 2569 | กมอ. มีมติเห็นชอบร่าง มอก. 24 ฉบับใหม่ กำหนดให้เหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กข้ออ้อยต้องมาจากกรรมวิธี BOF หรือ EAF เท่านั้น พร้อมยกระดับคุณสมบัติทางกล |
ก.ค. 2569 | เข้าสู่ช่วงรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 30 วัน — สมาคมผู้ผลิตและผู้ค้าเหล็กหลายแห่งออกแถลงการณ์สนับสนุน ขณะที่ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบคัดค้าน |
ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ต่อการอ่านข่าวช่วงนี้: ข้อโต้แย้งฝั่งคัดค้านเกือบทั้งหมดพูดเรื่องต้นทุนของผู้ผลิต (โรงงานอาจปิด แรงงานตกงาน ราคาเหล็กจะแพงขึ้น ต้องพึ่งการนำเข้า) ขณะที่โจทย์ตั้งต้นของเรื่องคือความปลอดภัยของโครงสร้างที่ประชาชนใช้งาน สองเรื่องนี้เป็นคนละคำถาม และควรถูกตอบแยกกัน
สถานะล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม 2569 (ยังไม่บังคับใช้)
ร่าง มอก. 24 ฉบับใหม่ ผ่านความเห็นชอบของ กมอ. แล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ต้องผ่านขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นและประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน ข้อมูลล่าสุด ณ ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ยังอยู่ในช่วงที่สมาคมผู้ผลิตและผู้ค้าเหล็กหลายฝ่ายยื่นหนังสือถึงกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งฝั่งสนับสนุนและฝั่งกังวลเรื่องผลกระทบ
ข้อจำกัดเรื่องเตามุ่งไปที่เหล็กข้ออ้อยซึ่งใช้ทำเสาและคานเป็นหลัก ส่วนเหล็กเส้นกลมยังผลิตได้จากทั้ง 3 ประเภทเตา แต่มีการเสนอให้ต้องมีเตาปรุงน้ำเหล็ก (ladle refining) เพื่อควบคุมคุณภาพ
หลายหน่วยงานรัฐและเจ้าของโครงการเอกชนได้กำหนดเงื่อนไขห้ามเหล็ก IF ไปแล้วในระดับ TOR/สัญญา โดยไม่รอ มอก. ฉบับใหม่ — นี่คือความเสี่ยงที่ผู้รับเหมาต้องบริหารตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่ตอนประกาศบังคับใช้
ผลกระทบต่อผู้รับเหมาและวิศวกร 5 ข้อ
ความเสี่ยงเรื่องการตรวจรับ — ถ้า TOR หรือสเปกโครงการระบุห้ามเหล็กจากเตา IF แล้วเหล็กที่เข้าหน้างานมาจากเตา IF ต้นทุนรื้อ-ขน-เปลี่ยนตกที่ผู้รับเหมา ไม่ใช่ผู้ขาย เว้นแต่จะระบุไว้ในใบสั่งซื้อ
สเปกในใบสั่งซื้อต้องเขียนให้ชัด — คำว่า "มอก. 24" อย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องระบุกรรมวิธีผลิตเหล็กแท่ง (BOF/EAF) ลงในใบ PO
ราคาและ Lead time จะขยับ — ถ้าดีมานด์ย้ายไปฝั่ง EAF ในเวลาสั้นๆ ส่วนต่างราคาและคิวส่งของจะเปลี่ยน ควรล็อกราคาและคิวสำหรับงานที่มีเสา-คานปริมาณมาก
เอกสารย้อนหลังของงานที่ทำไปแล้ว — บางหน่วยงานกำหนดให้ทำบันทึกระบุตำแหน่งโครงสร้างที่ใช้เหล็กเดิม ควรเก็บ Heat No. และ Mill Cert ไว้ให้ครบตั้งแต่วันนี้
ความรับผิดทางวิชาชีพของวิศวกร — เมื่อข้อมูลเรื่องความแปรปรวนของเหล็ก IF เป็นสาธารณะแล้ว การเลือกไม่ตรวจสอบแหล่งผลิตจะอธิบายยากขึ้นมากในกรณีเกิดเหตุ
เช็กลิสต์ 7 ข้อ ตรวจสอบแหล่งผลิตเหล็กก่อนตรวจรับ
ขอ Mill Certificate ทุกล็อต — ไม่ใช่ใบเดียวใช้ทั้งโครงการ
ตรวจ Heat No. บนใบ Cert ให้ตรงกับป้ายที่มัดเหล็กจริงที่หน้างาน
ตรวจว่า Cert ระบุกรรมวิธีผลิต (BOF / EAF / IF) หรือไม่ ถ้าไม่ระบุ ให้ขอหนังสือยืนยันจากผู้ผลิตแยกต่างหาก
ดูค่า P, S และธาตุอื่นใน Cert เทียบกับเกณฑ์ มอก. ไม่ใช่ดูแค่ค่า Yield / Tensile
ตรวจสอบใบอนุญาต มอก. ของโรงงาน กับฐานข้อมูล สมอ. (tisi.go.th) จากเลขที่ใบอนุญาต ไม่ใช่จากรูปถ่าย
ระบุเงื่อนไขลงใน PO เช่น "เหล็กข้ออ้อยต้องผลิตจากเหล็กแท่งด้วยกรรมวิธี EAF หรือ BOF พร้อมส่งมอบ Mill Cert ระบุ Heat No. ทุกล็อต" และระบุสิทธิ์ปฏิเสธการรับมอบไว้ด้วย
สุ่มส่งตรวจแล็บอิสระ สำหรับงานเสา-คานของอาคารสูงหรืองานที่มีข้อกำหนดด้าน Seismic — ค่าตรวจถูกกว่าค่ารื้อหลายเท่า
สิ่งที่ APLUS Watsadu ยึดมาตลอด แม้จะเป็นคำตอบที่ขายของได้น้อยกว่า: ร่าง มอก. 24 ฉบับใหม่ว่าด้วยเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมเหล็กรูปพรรณหรือไวร์เมชโดยตรง
สิ่งที่ควรตรวจสอบใช้แน่ใจจริง ๆ คือ เหล็กลวด (Wire Rod) ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นทางของไวร์เมชและลวดผูกเหล็ก ฝั่งผู้ผลิตเตา EAF ได้เสนอให้ขยายผลการยกระดับมาตรฐานไปถึงเหล็กลวดด้วย เหตุผลเดียวกับเหล็กข้ออ้อยทุกประการ คือเรื่องความสม่ำเสมอของน้ำเหล็ก ไม่ใช่เรื่องว่าผลิตให้ผ่านเกณฑ์ได้หรือไม่ ถ้าข้อเสนอนี้เดินหน้า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบถัดไปคืองานพื้นและงานถนนที่ใช้ไวร์เมชเป็นหลัก — ซึ่งเป็นงานที่มักสั่งของเป็นล็อตใหญ่และเปลี่ยนซัพพลายเออร์กลางทางได้ยากที่สุด
สำหรับสินค้าที่ APLUS WATSADU แล้วเราดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นไวร์เมช เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เหล็ก HDG/GI หรือแป C/Z หลักการที่ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้เหมือนกันหมดสามข้อ:
สามารถขอเอกสารต้นทางทุกล็อใหญ่ — Mill Certificate ที่ระบุ Heat No. จริง ไม่ใช่ใบตัวอย่างที่ใช้ซ้ำทั้งปี
อย่าเชื่อแค่ป้ายและตราปั๊ม — ตรวจเลขที่ใบอนุญาต มอก. ของโรงงานกับฐานข้อมูล สมอ. โดยตรง
เขียนสเปกลงใบสั่งซื้อ ไม่ใช่ตกลงกันปากเปล่า — ระบุมาตรฐาน ชั้นคุณภาพ และเงื่อนไขเอกสารส่งมอบ พร้อมสงวนสิทธิ์ปฏิเสธการรับมอบไว้ให้ชัด
ความต่างระหว่างผู้รับเหมาที่รอดกับที่ไม่รอดในรอบการเปลี่ยนมาตรฐานแต่ละครั้ง ไม่ได้อยู่ที่ใครรู้ข่าวก่อน แต่อยู่ที่ใครมีเอกสารครบตอนถูกขอตรวจ
จุดยืนของ APLUS WATSADU
เราเป็นผู้จัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมากว่า 11 ปี ไม่ใช่โรงงานผลิตเหล็ก การที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของเตาหลอม ทำให้เราไม่มีเหตุผลต้องเชียร์เทคโนโลยีฝั่งใดฝั่งหนึ่ง — เรามีเหตุผลเดียว คือลูกค้าต้องไม่โดนปฏิเสธการตรวจรับ
สิ่งที่เราทำกับทุกออร์เดอร์:
ส่ง Mill Certificate ตาม Heat No. จริงของล็อตที่ส่ง ไม่ใช่ใบตัวอย่าง
แจ้งแหล่งผลิตตั้งแต่ก่อนเสนอราคา ถ้าลูกค้ามีข้อกำหนดเรื่องกรรมวิธีผลิต
ถ้าสเปกที่ลูกค้าขอกับงบที่ตั้งไว้ไปด้วยกันไม่ได้ เราบอกก่อนขาย ไม่ใช่บอกตอนของถึงหน้างาน
📞 ฝ่ายขายโครงการ: 095-598-2658💬
LINE Official: @watsadu4u — https://line.me/R/ti/p/@watsadu4u
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เหล็ก IF ผิดกฎหมายแล้วหรือยัง?A: ณ สิงหาคม 2569 ยังไม่ถือว่าผิดกฎหมาย ร่าง มอก. 24 ฉบับใหม่ที่ กมอ. เห็นชอบเมื่อ 23 มิถุนายน 2569 ยังอยู่ในขั้นตอนก่อนประกาศบังคับใช้ แต่หน่วยงานรัฐและเจ้าของโครงการหลายรายได้กำหนดห้ามใช้ในระดับสัญญาไปแล้ว
Q: ดูด้วยตาเปล่าออกไหมว่าเหล็กเส้นมาจากเตา IF หรือ EF?A: ดูไม่ออก ขนาด บั้ง และเครื่องหมาย มอก. อาจเหมือนกันทุกประการ ต้องตรวจจากเอกสาร Mill Certificate และ Heat No. เท่านั้น
Q: เหล็กจากเตา IF ไม่ได้มาตรฐานทุกเส้นเลยหรือ?A: ไม่ใช่ ประเด็นอยู่ที่ความสม่ำเสมอ เตา IF ไม่มีขั้นตอน Refining ภายในเตา คุณภาพจึงแปรผันตามเกรดของเศษเหล็กที่ป้อนเข้าไป ทำให้ไม่มีกลไกรับประกันว่าจะผ่านมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอทุก Heat
Q: ร่าง มอก. 24 ฉบับใหม่ห้ามอะไรบ้าง?A: กำหนดให้เหล็กแท่งที่ใช้ผลิตเหล็กข้ออ้อยต้องมาจากกรรมวิธีเตาเบสิกออกซิเจน BOF หรือเตาอาร์กไฟฟ้า EAF เท่านั้น พร้อมยกระดับข้อกำหนดคุณสมบัติทางกล ซึ่งมีผลปิดทางเหล็กข้ออ้อยจากเตา IF ในงานเสาและคาน
Q: ผู้รับเหมาควรเขียนสเปกเหล็กในใบสั่งซื้ออย่างไร?A: ระบุให้ครบสามชั้น คือ (1) มาตรฐาน มอก. และชั้นคุณภาพ (2) กรรมวิธีผลิตเหล็กแท่ง BOF หรือ EAF (3) เงื่อนไขส่งมอบ Mill Certificate ระบุ Heat No. ทุกล็อต พร้อมสงวนสิทธิ์ปฏิเสธการรับมอบหากเอกสารไม่ครบ
Q: เรื่องนี้กระทบไวร์เมชและเหล็กรูปพรรณด้วยไหม?A: ร่างมาตรฐานฉบับนี้ครอบคลุมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตโดยตรง ยังไม่ครอบคลุมไวร์เมชและเหล็กรูปพรรณ แต่มีข้อเสนอให้ขยายการยกระดับมาตรฐานไปยังเหล็กลวดซึ่งเป็นวัตถุดิบของไวร์เมช จึงควรติดตามต่อ
แหล่งอ้างอิง
คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) — มติวันที่ 23 มิถุนายน 2569
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) — tisi.go.th
ASEAN Iron & Steel Council (AISC) — แถลงการณ์ว่าด้วยเหล็กจากเตา IF
Thai PBS Policy Watch — "ร่าง มอก. เหล็กฉบับใหม่ คุมเตา IF" (23 มิ.ย. 2569)
Bangkok Biznews — รายงานข่าวมาตรฐานเหล็กและเตา IF (มิ.ย.–ก.ค. 2569)
The Momentum — "IF และ EF เหล็ก 2 เส้นที่หน้าตาเหมือนกัน" (บทวิเคราะห์)
บทความนี้เรียบเรียงเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจจัดซื้อ ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือทางวิศวกรรม กรุณาตรวจสอบสถานะมาตรฐานล่าสุดกับ สมอ. และปรึกษาวิศวกรผู้ออกแบบของโครงการก่อนตัดสินใจ








ความคิดเห็น