top of page
Untitled-1.png
Untitled-3.png

APrime Plus Co., Ltd.

Logo-N2.png

ท่อประปากัลวาไนซ์ คาดสี (Galvanized steel pipe) ท่อแป๊ป คาดเหลือง / แดง / น้ำเงิน ต่างกันอย่างไร ?


ท่อประปากัลวาไนซ์ คาดสี (Galvanized steel pipe) ท่อแป๊ป คาดเหลือง / แดง / น้ำเงิน ต่างกันอย่างไร ?


ท่อประปากัลวาไนซ์ คือท่ออะไร (Galvanized Pipe)

ท่อประปา (Galvanized steel Pipe) ช่างส่วนใหญ่เรียกว่า แป๊บขาว, แป๊ปน้ำ, ท่อHDG, ท่อ GI, ท่อน้ำประปา, ท่อประปากัลวาไนซ์ คาดเหลือง / คาดแดง / คาดน้ำเงิน, ท่อ BS-H / BS-S / BS-M, แป๊บสังกะสี ปลายเกลียว / ปลายเรียบ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความคุ้นเคยของช่าง

ท่อประปากัลวาไนซ์ ผลิตโดยการนำ เหล็กรีดร้อนม้วน SS400 (หรือเรียกว่า เหล็กดำม้วน) นำมาสลิตขึ้นรูปเป็นท่อเหล็กและนำไปลงบ่อชุบสังกะสี 99.995% ที่อุณหภูมิ 450 C° (Min) 320 gm/m² ขั้นความหนาของสังกะสีเคลือบจะเพิ่มขึ้นตามหนาของเหล็ก (Based Metal) เพื่อเป็นเกราะป้องกันการเกิดสนิม และการกัดกร่อน จากสภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้ท่อเหล็กแข็งแรงทนทาน มีความสามารถในการรับแรงดันได้ดี เชื่อมต่อสะดวก มีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดสนิม มีอายุการใช้งานยาวนานกว่ากว่าท่อเหล็กธรรมดา กว่า 3 เท่า

การนำไปใช้งาน ท่อประปากัลวาไนซ์ (Galvanized Steel Pipe) นิยมนำไปใช้งานในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการผุกร่อนของเหล็กสูง เช่น ภายในโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ สิ่งปลูกสร้างบริเวณริมทะเล งานที่ต้องการความแข็งแรงหรือบริเวณที่ต้องรับน้ำหนักมาก มีแรงกดสูง เช่น ท่อโสโครก ท่อระบายน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ท่อลำเลียง นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ใช้งานในเรือนเพาะชำ ทำรั้ว ประตู เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ ราวตากผ้า งานตกแต่งทั่วไป ฯลฯ

ใช้หน่วยนับเป็นหุน หรือ นิ้ว เช่น 1/4 นิ้ว - 2 หุน

Outside Diameter กับ Inside Diameter แตกต่างกันระหว่าง เกรดท่อ เช่น Light (OD=13.66 mm,thickness=1.8 mm,mass 0.515 kg/m)


มาตรฐานผลิตภัณฑ์ : มอก.277-2532 มีชั้นความหนา 3 ประเภท ดังนี้

- คาดแดง (ผนังท่อหนา, BS-H) - คาดเหลือง (ผนังท่อบาง, BS-S) - คาดนำ้เงิน (ผนังท่อปานกลาง, BS-M)


ท่อเหล็กประปาคาดสีแดง BS-H / ท่อกัลวาไนซ์คาดเหลือง BS-S / แป๊ปน้ำ BS-M สีน้ำเงิน ต่างกันอย่างไร ??

ลักษณะการใช้งานของท่อเหล็กประปาแต่ละสี



ท่อกัลวาไนซ์ คาดเหลือง BS-S


  • ท่อประปากัลวาไนซ์ คาดเหลือง BS-S ลักษณะความหนาของผนัง ท่อบางสุด

  • เหมาะกับงานที่มีการรับน้ำหนักไม่มาก เช่น เต๊นท์ นั่งร้าน เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

  • มีทั้งปลายเกลียว และปลายเรียบ

  • สามารถต๊าปเกลียวได้ แต่ไม่ลึกเนื่องจากท่อบาง แนะนำให้เลือกท่อปลายเกลียวมาจากโรงงาน จะสามารถลดอัตราการเกิดสนิมบริเวณเกลียวได้ดีกว่าการทำเกลียวหน้างาน

  • ท่อประปากัลวาไนซ์ ชนิดบาง นิยมนำไปใช้งานท่อระบายน้ำทิ้งในอาคารทั่วไปเป็นหลัก

  • ความยาวมาตรฐาน 6 เมตร/ท่อน

  • มีอายุการใช้งานของยาวนานกว่า 20 ปี

  • มอก. 277 / มอก. 107 / BS 1387 / ASTM A53 / BS 1139

การใช้งานท่อกัลวาไนซ์ คาดเหลือง

ท่อคาดเหลือง เป็นท่อที่เหมาะกับงานที่มีการรับน้ำหนักพอสมควร เช่น เต๊นท์ นั่งร้าน เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ มีคุณสมบัติทนทานการกัดกร่อนได้มาก จึงเหมาะสำหรับใช้ในโรงงานที่สารเคมีหรือพื้นที่ใกล้ทะเล มี มอก. สามารถใช้ในงานประปา งานประมูลราชการ รับแรงดันได้ดีขั้นต่ำ 400 N/mm²



ท่อเหล็กเคลือบกัลวาไนซ์ คาดน้ำเงิน BS-M


  • ท่อประปากัลวาไนซ์ คาดน้ำเงิน BS-M ลักษณะความหนาของผนัง บางกว่าคาดแดง (BS-H) แต่หนากว่าคาดเหลือง (BS-S)

  • เป็นท่อที่นิยม BS-M มอก. ลูกค้าสามารถระบุประเภทที่ต้องการใช้งานได้

  • มีทั้งปลายเกลียว และปลายเรียบ

  • สามารถต๊าปเกลียวได้ แนะนำให้เลือกท่อปลายเกลียวจากทางโรงงาน ะสามารถลดอัตราการเกิดสนิมบริเวณเกลียวได้ดีกว่าการทำเกลียวหน้างาน

  • ใช้งานทั่วไป เช่น ท่อน่ำประปา ท่อน้ำทิ้ง

  • ความยาวมาตรฐาน 6 เมตร/ท่อน

  • มีอายุการใช้งานของยาวนานกว่า 20 ปี

  • มอก. 276-2532 / มอก. 277-2532

การใช้งานท่อกัลวาไนซ์ คาดน้ำเงิน

ท่อเหล็กสังกะสี และท่อเหล็กหล่อ สำหรับงานน้ำประปา มักเรียกกันว่า ท่อแป๊ป ส่วนถ้าเป็นท่อโสโครกหรือท่อระบายน้ำ เรียก ท่อน้ำทิ้ง ซึ่งการใช้งานเป็นดังนี้ - ชนิดบาง ใช้ในการต่อท่อระบายน้ำทิ้งในอาคารทั่วไป - ชนิดหนา ใช้ในการต่อท่อระบายน้ำที่ต่อใต้พื้นถนน หรือบริเวณที่รับน้ำหนักกด หรือสั่นสะเทือนมาก ขนาด ท่อน้ำโสโครก โดยมากผลิตออกมาขนาดเล็กสุดคือ 2 นิ้ว (ความโตภายใน) แต่นิยมใช้กันทั่วไปขนาด 3-4 นิ้ว มีทั้งชนิดบ่ารับเดี่ยว และบ่ารับคู่ ท่อเหล็กกล้า ท่อดำ มอก. 276-2532 ท่อเหล็กกล้าอาบสังกะสี มอก. 277-2532 ความหนา และน้ำหนัก - มอก. 276 ประเภท 1 ความหนา (+N/A / -8%) น้ำหนัก (+10%/ -8%) - มอก. 276 ประเภท 2 ความหนา (+N/A / -8%) น้ำหนัก (+10%/ -8%)



ท่อชุบสังกะสี ท่อกัลวาไนซ์ คาดแดง BS-H


  • ท่อประปากัลวาไนซ์ คาดแดง BS-H ลักษณะความหนาของผนัง หนาที่สุด

  • เหมาะสำหรับใช้ในงานท่อระบายน้ำที่ต่อใต้พื้น ถนน บริเวณที่รับน้ำหนักกดหรือสั่นสะเทือนมาก

  • มีลักษณะปลายเฉพาะ ไม่สามารถต๊าปเกลียวได้

  • ความยาวมาตรฐาน 6 เมตร/ท่อน

  • มีอายุการใช้งานของยาวนานกว่า 20 ปี

การใช้งานท่อกัลวาไนซ์ คาดแดง ท่อเหล็กสังกะสี และท่อเหล็กหล่อ สำหรับงานน้ำประปา มักเรียกกันว่า ท่อแป๊ป ส่วนถ้าเป็นท่อโสโครกหรือท่อระบายน้ำ เรียก ท่อน้ำทิ้ง ซึ่งการใช้งานเป็นดังนี้ - ชนิดบาง ใช้ในการต่อท่อระบายน้ำทิ้งในอาคารทั่วไป - ชนิดหนา ใช้ในการต่อท่อระบายน้ำที่ต่อใต้พื้นถนน หรือบริเวณที่รับน้ำหนักกด หรือสั่นสะเทือนมาก ขนาด ท่อน้ำโสโครก โดยมากผลิตออกมาขนาดเล็กสุดคือ 2 นิ้ว (ความโตภายใน) แต่นิยมใช้กันทั่วไปขนาด 3-4 นิ้ว มีทั้งชนิดบ่ารับเดี่ยว และบ่ารับคู่ ท่อเหล็กกล้า ท่อดำ มอก. 276-2532 ท่อเหล็กกล้าอาบสังกะสี มอก. 277-2532 ความหนา และน้ำหนัก - มอก. 276 ประเภท 1 ความหนา (+N/A / -8%) น้ำหนัก (+10%/ -8%) - มอก. 276 ประเภท 2 ความหนา (+N/A / -8%) น้ำหนัก (+10%/ -8%)


สรุป

  • ท่อประปา (Galvanized steel Pipe) หรือ ช่างส่วนใหญ่เรียกว่า แป๊ปน้ำ ท่อ HDG ท่อ GI เกิดจากการ นำท่อเหล็กดำไปชุบสังกะสี เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดสนิม จึงมีคุณสมบัติการป้องกันการเกิดสนิม การกัดกร่อน มีความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ท่อเหล็กดำ ทั่วไป

  • โดยแบ่งเป็น 3 สี แดง , เหลือง, น้ำเงิน

  • ท่อประปากัลวาไนซ์ คาดแดงมีความหนาสุด และคาดน้ำเงิน / คาดเหลือง รองลงมาตามลำดับ ซึ่งมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของหน้างาน


บทความเขียนและเรียบเรียงโดย บริษัท เอไพร์ม พลัส จำกัด

ที่มาแหล่งข้อมูล

สมาคมโลหะไทย https://www.siammetalasso.com/


***หากมีการคัดลอกเนื้อหา ดัดแปลง หรือ ทำซ้ำเนื้อหาส่วนหนึ่ง ส่วนใด ของบทความนี้ ทางบริษัทฯ เอไพร์ม พลัส จำกัด มีเงื่อนไขดังนี้***

  1. การนำข้อมูลส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปใช้ต้องอ้างอิงแหล่งที่มากลับถึงผู้เขียน และต้นฉนับของลิงค์บทความนี้ โดยต้องได้รับความยินยอมจาก บริษัทฯ เอไพร์ม พลัส จำกัด เป็นลายลักษณ์อักษร

  2. หากต้องการนำไป ทำซ้ำ หรือ ดัดแปลง บางส่วน ต้องอ้างอิงกลับมาที่ Link ต้นฉนับของลิงค์บทความนี้โดยได้รับความยินยอมจาก บริษัทฯ เอไพร์ม พลัส จำกัด เป็นลายลักษณ์อักษร

  3. หากมีการนำไปใช้เพื่อการค้าหรือนำไปใช้โดยละเมิดรายละเอียด ข้อ 1ข้อ 2 และ ข้อ 3 โดยไม่ได้รับความยินยอมจาก บริษัท เอไพร์ม พลัส จำกัด ทางบริษัทฯ มีสิทธิ์ขอเรียกเก็บค่าใช้จ่าย บทความและผู้ละเมิดยินดีและยินยอมจ่าย ค่าลิขสิทธิ์บทความ บทความละ 10,000 บาท ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายการกฎหมาย ของบริษัท เอไพร์ม พลัส จำกัด

ดู 5,129 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page