APrime Plus Co., Ltd.

A+ Watsadu R1.png

เหล็กดำ VS เหล็กกัลวาไนซ์(GI)

อัพเดตเมื่อ: ต.ค. 21

"เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสมกับงาน...?"

"ใช้แทนกันได้หรือไม่...?"

"ชนิดไหนแข็งแรงกว่า...?"

"เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสมกับโครงสร้าง...?"

มีคำถาม และข้อสงสัยจำนวนมาก ว่าเหล็กทั้งสองชนิดเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร สามารถใช้แทนกันได้หรือไม่ ชนิดไหนแข็งแรงกว่า และที่สำคัญชนิดไหนประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่ากัน

เหล็กท้ั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างที่มองเห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ เหล็กกัลวาไนซ์ (GI) จะเป็นสีเงิน มีความเงาวาวหรือด้าน แล้วแต่วัตถุดิบ เนื่องจากเนื้อเหล็กมีส่วนผสมของสังกะสี หรือ ซิงค์ ทำให้มีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนของสนิม และมีน้ำหนักเบา จึงเหมาะสำหรับการใช้งานภายนอกอาคาร หรืองานที่ต้องการโชว์ผิวของวัสดุ


ความแข็งแรง เหล็กดำสามารถรองรับน้ำหนัก และถ่ายเทน้ำหนักได้ดีกว่า จึงทำให้นิยมใช้เป็นโครงสร้างหลัก ที่ต้องรองรับน้ำหนักมากๆ แต่ปัจจุบัน เหล็กกัลวาไนซ์ (GI) มีการปรับความหนาเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ 2.0 มม. ขึ้นไปจนถึง 2.9 มม. เพื่อให้ใกล้เคียงกับเหล็กรูปพรรณดำ เช่น เหล็กกล่องชนิดต่างๆ จึงสามารถนำไปใช้ในงานโครงสร้างรอง โครงสร้างหลังคา หรือโครงสร้างขนาดเล็กได้เช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้ช่างและเจ้าของบ้านสามารถเลือกใช้เหล็กกัลวาไนซ์ (GI) ตามความหนาที่เหมาะสมหรือต้องการได้



ในส่วนของต้นทุนค่าใช้จ่าย จะแบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้


1. ราคาเหล็ก เนื่องจากเหล็กพรีกัลวาไนซ์ (GI) มีส่วนประกอบของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนจึงทำให้มีราคาที่สูงกว่าเหล็กรูปพรรณดำเล็กน้อย โดยมีกระบวนการผลิตคือ นำเหล็กที่มีส่วนผสมและชั้นเคลือบสังกะสีมาตัด พับ ขึ้นรูปเป็นทรงต่างๆ เช่น กล่องเหลี่ยม กล่องแบน ฉากพับ ท่อกลม เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปจะเรียกกันว่า เหล็กขาว หรือ เหล็กรีดเย็น


2. ต้นทุนค่าทำสี เนื่องจากเหล็กดำต้องทาทั้งสีรองพื้น และสีจริงเพื่อกันสนิม แต่เหล็กกัลวาไนซ์(GI) มีคุณสมบัติป้องกันสนิมในตัวอยู่แล้ว จึงทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้มากกว่าเหล็กผิวดำ เพราะใช้สีรองพื้น และใช้สีทาเหล็กในปริมาณที่น้อยกว่า ซึ่งถ้าเป็นงานที่ต้องการโชว์ผิว แค่ทาสีกันสนิมเฉพาะส่วนของรอยเชื่อม ก็เพียงพอแล้ว และถ้าหากทาสีรองพื้นสำหรับเหล็กกัลวาไน์ อีกชั้น ก็จะสามารถยืดอายุการใช้งานของเหล็กกัลวาไนซ์(GI)ให้ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย

3. ค่าแรงช่าง เนื่องจากเหล็กกัลวาไนซ์(GI) ช่วยลดขั้นตอนในการทาสีลง ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น ส่งผลให้ระยะเวลาในการจ้างงาน ลดลงตามไปด้วย จึงช่วยให้เจ้าของบ้านเซฟค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้อีก

สรุป เหล็กดำ และ เหล็กกัลวาไนซ์(GI) มีข้อดีที่แตกต่างกัน เพียงแต่ผู้รับเหมา หรือช่าง หรือเจ้าของบ้าน เลือกซื้อให้เหมาะสมกับงานตามหลักวิศวกรรม ก็จะจะช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัย และที่สำคัญ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้าน หรือต่อเติมได้ โดยช่างส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้เหล็กพรีกัลวาไนซ์ เพราะเป็นเหล็กที่ใช้งานง่าย ขั้นตอนการใช้งานไม่ยุ่งยาก สามารถนำมาตัดเชื่อมได้ทันที ไม่ต้องทาสี รอสีแห้ง งานเสร็จใว หน้างานไม่เลอะ เพราะเหล็กพรีกัลวาไนซ์มีคุณสมบัติทนต่อการเกิดสนิม จึงใช้งานภายนอกได้ดี แม้ทางผู้ผลิตจะบอกว่าความแข็งแรงเทียบเท่ากับเหล็กดำ แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมในการนำไปใช้ทำโครงสร้างหลักสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นผู้งานควรปรึกษาวิศวะกรโครงสร้างหรือช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับงานตามหลักวิศวกรรม บริษัท เอไพร์ม พลัส จำกัด

ยินดีให้คำปรึกษาทุกกรณี


สั่งซื้อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Tel : 02-894-8847 (Head Office)

095-598-2658 (Hot-Line)

Line ID : @WATSADU4U

E-mail : Info@aprimeplus.com


ดู 43 ครั้ง
  • APrime Plus Facebook Fanpage
  • 1024px-LINE_logo.svg
  • Blogger
  • YouTube
  • Lazada
  • Shopee

© Copyright - 2020 |   Designed by APrime Plus. |   All Rights Reserved.

095 598 2658